วิธีเลือกน้ำมันหล่อลื่น
5W30, 10W40, คืออะไร??
น้ำมันเครื่องนั้น สำคัญกับการทำงานของระบบเครื่องยนต์เป็นอย่างมากนะครับ หลายๆ คนอาจเคยจะได้ยินว่า " ใช้น้ำมันเครื่องเบอร์อะไร " ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็ทราบแหละครับ เพราะเขาเป็นคนซื้อคนจ่ายตังแต่พอมีอีกคำถามที่ว่า " ทำไมต้องใช้เบอร์นี้ " มันก็จริงว่าทำไมล่ะ เรามาดูกันดีกว่าครับ
ผมขอแบ่งเลขออกเป็น 2 หลักหน้า และ 2 หลักหลังนะครับ
2 หลักแรก ตามด้วย W
ตัวเลข 2 หลักแรก อาจจะเป็น 0, 5, 10, 15, 20 เป็นค่าความหนืด ของน้ำมันในขณะที่อุณหภูมิต่ำ ต่ำในที่นี้เราใช้สภาพอากาศภายนอกเป็นตัววัดนะครับ ตัวเลขยิ่งน้อย ยิ่งหนืดน้อย ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งหนืดมากครับ ยิ่งหนืดน้อยเท่าไร ยิ่งสามารถกระจายน้ำมันไปหล่อลื่นชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์ได้เร็วมากขึ้นเท่านั้น ในขณะที่อุณหภูมิต่ำ ทำให้ลดการสึกหรอในขณะที่เราสตาร์ทตอนเครื่องเย็นได้ดีครับ แต่ฟิล์มน้ำมันก็จะบางด้วย ยกตัวอย่างนะครับ บ้านเราอากาศไม่น่าจะมีต่ำกว่า 10 องศาแน่นอนครับ เพราะฉะนั้นตัวเลข 2 หลักหน้านั้นอาจจะไม่มีความจำเป็นที่ต้องต่ำมากนัก เพราะ แค่ 15W หรือ 20W ก็สามารถรักษาความหนืดของน้ำมันได้โดยไม่ให้เป็นไขในสภาวะอากาศด้านนอกที่ต่ำกว่า 0 องศาครับผม
2 หลักหลัง
ตัวเลขชุดที่ 2 ที่อยู่หลัง W หมายถึงความหนืดของน้ำมันภายใต้อุณหภูมิสูง หรือ ค่าความหนืดที่อุณหภูมิเครื่องทำงานตัวเลขยิ่งสูงหมายความว่าน้ำมันยังสามารถคงความข้นหนืด และมีความหนาของฟิล์มน้ำมันที่ให้การหล่อลื่นและปกป้องได้ในอุณหภูมิสูง โดยปกติแล้วตัวเลขยิ่งมาก เช่น 40, 50, และ 60 จะทำให้เครื่องเงียบขึ้น ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ได้ดีมากยิ่งขึ้น จะได้จากเสียงที่ดังน้อยลงจากการทำงานของเครื่องยนต์ในหลายๆ กลไกล
การใช้ความหนืดที่ถูกต้องสำหรับเครื่องยนต์ของคุณช่วยเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ลดการสึกหรอของเครื่องยนต์ และเพิ่มประสิทธิภาพของน้ำมันเชื้อเพลิง นอกจากนี้น้ำมันเครื่องสังเคราะห์มักมีคุณสมบัติที่อุณหภูมิต่ำและสูงดีกว่าน้ำมันแร่ทั่วไป ซึ่งช่วยให้การปกป้องควบคู่ไปกับการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีขึ้น
ค่า VI Viscosity Index
ค่า VI นี้ เราสามารถดูได้จาก PDS (Product Data Sheet) ของน้ำมันเครื่องตัวนั้นๆ ยิ่งค่า VI มีมากเพียงใด น้ำมันหล่อลื่นนั้นสามารถรักษาค่าความหนืดได้ดีแม้ว่า อุณหภูมิจะเย็นหรือร้อนจัดเพียงใด อย่างไรก็ตามการวัดค่า Viscosity Index มีหลายมาตรฐานทดสอบ แต่ละ มาตรฐานทำให้ได้ผลลัพธ์แตกต่างกันไป บางยี่ห้ออาจใช้การทดสอบที่ได้ค่า VI สูงเพื่อผลทางตลาด จึงควรเปรียบเทียบค่า VI ที่ระบุวิธีทดสอบเดียวกันเท่านั้น

